วันศุกร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564

สวัสดีมีโชคชัย ปี ๒๕๖๔

 


สวัสดีมีโชคชัย ๒๕๖๔

ศุภฤกษ์..ดิถี..ขึ้นปีใหม่

ขอชาวไทย..ทั่วประเทศ..ทั่วเขตขันต์

ทั้งหญิงชาย..นายน้า..ถ้วนหน้ากัน

มีความสุข..ทุกวี่วัน..กันทุกคน

ขอคุณพระ..ช่วยปกปักษ์..รักษาท่าน

ช่วยคุ้มกัน..อันตราย..ภัยอย่าเห็น

มีโชคลาภ..วาสนา..มาเช้าเย็น

บุญส่งเป็น..เจ้านายคน..จนไม่มี

สิ่งไม่ดี..ใดใด..จงเสื่อมสูญ

น้อมรับพร..ปีใหม่..ให้เพิ่มพูน

มีทรัพย์สิน..ทวีคูณ..มากกว่าใดร

ขออัญเชิญ..เทพเทวา..คอยอารักษ์

คอยพิทักษ์..ปกป้อง..คุ้มครองให้

เกิดโชคดี..ศรีสวัสดิ์..พิพัฒน์ชัย

มงคลใหญ่..๒๕๖๔..ปีนี้เทอญ


ที่มา : ข้อความอวยพรปีใหม่ Happy New Year กลอนอวยพรปีใหม่ mthai.com

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ประวัติพระชัยบารมี ตอนที่ 26 ธรรมสัญจร ประเทศอินเดีย เนปาล มีนาคม 2560





(คลิก⬆️ เพื่อดูวีดีโอบน YouTube)


ธรรมสัญจร ประเทศอินเดีย เนปาล 4 - 19 มีนาคม 2560


สังเวชนียสถาน 4 ตำบล และมห้ศจรรย์ถ้ำอชันต้า ถ้ำเอลโลร่า ทัชมาฮาล ณ ประเทศอินเดีย เนปาล 4 - 19 มีนาคม 2560 กับพระชัยบารมี นำโดยพ.ต.ท.เขียว บารมี


วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ประวัติพระชัยบารมี ตอนที่ 40 ท่านอาจารย์ พ.ต.ท.เขียว บารมี ในวัยเด็ก


 


 

 



ท่านอาจารย์เขียวเล่าให้ฟังว่า คุณแม่และคุณอาแม่ชีละมูลซึ่งเป็นน้องสาวของคุณพ่อเป็นผู้เล่าให้ท่านฟัง
๑. ท่านอาจารย์เขียว เกิดที่อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๐ ชื่อเด็กชาย จิระ บารมี ชื่อเล่นว่า “เขียว”
๒. เมื่ออายุได้ประมาณ ๒ ขวบ มีโจรบุกปล้นบ้านในเวลากลางคืน บิดาเป็นคนจังหวัดลพบุรีต่อสู้กับโจร บิดาถูกโจรยิงเสียชีวิต
๓. จากนั้นคุณแม่ได้พร้อมด้วยคุณยายได้อพยพย้ายมาอยู่ที่ ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี
๔. อายุได้ประมาณ ๕ ขวบ คุณอาแม่ชีละมูล บารมี ทราบข่าวว่าคุณแม่มีสามีใหม่และมีลูกสาวแล้ว จึงมาขอหลานชายเขียวไปอุปการะและเลี้ยงดู คุณแม่ยินดียกให้คุณอา
๕. คุณอาละมูลซึ่งเป็นแม่ชีได้นำมาอุปการะเลี้ยงดูที่วัดป่าธรรมโสภณ (ปัจจุบันชื่อวัดศรีธรรมโสภณ) ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี โดยได้นำมาถวายต่อหลวงพ่อฉาย สุวรรณศร เจ้าอาวาส วัดป่าธรรมโสภณ ลพบุรี หลวงพ่อท่านเมตตารับไปอุปการะและให้อยู่กุฏิของท่านตั้งแต่นั้นมา เป็นเด็กวัดที่มีอายุน้อยที่สุด ที่ หลวงพ่อฉายฯ ท่านรับไว้อุปการะเพียงคนเดียว ปกติโดยทั่วไปเด็กวัดจะต้องมีอายุ ๗ ขวบขึ้นไป

เนื่องจากเป็นเด็กที่ตัวเล็กที่สุดและอายุน้อยที่สุด หลวงพ่อท่านจึงมอบภารกิจให้ "แปลไทยเป็นไทย"ความหมายก็คือ"หลวงพ่อฉาย"ท่านอายุมากการรับฟังเสียงได้ยินเบามากหรือแทบจะไม่ได้ยิน(หูตึงมาก) ถ้าจะให้ท่านได้ยินต้อง พูดเสียงดังๆ เด็กชายเขียว จึงได้รับมอบหมายให้เป็นล่ามแปลไทยเป็นไทยกล่าวคือ เมื่อ ญาติโยมพูดจบประโยค เด็กชายเขียวก็จะพูดตามคำนั้นอีกครั้งด้วยเสียงอันดัง  หลวงพ่อท่านได้รับรู้ ท่านก็จะพยักหน้ารับ ถ้าญาติโยมพูดจบถ้าท่านได้ยินไม่ชัด หลวงพ่อท่านก็จะมองหน้าด.ช.เขียวฯ ด.ช.เขียวก็พูดประโยคนั้นด้วยเสียงอันดังอีก เมื่อหลวงพ่อพยักหน้าหงึก หงึก นั่นแสดงว่าท่านได้ยินแล้ว โดยที่ ด.ช.เขียวฯอยู่ห่างท่านไกลพอๆกับโยมที่มากราบท่าน นี่อีกประการหนึ่งทำให้ท่านอาจารย์เขียวติดนิสัยพูดเสียงดังฟังชัดตั้งแต่เป็นล่ามเด็กวัดมาจนถึงปัจจุบัน

ตายแล้วเกิดใหม่ ในวัย ๗ ขวบ

คุณอาแม่ชี ละมูล บารมีได้นำไปฝากเข้าโรงเรียนกงฮัก ท่าขุนนาง ใกล้กับวัดป่าธรรมโสภณ เรียนอยู่ ป.๑ ตอนใกล้จะสอบขึ้นชั้น ป.๒ กลับจากเรียนหนังสือขึ้นชั้นบนกุฏิ หลวงพ่อฉายฯ มองเห็นลูกจันทร์ใบใหญ่สุกเหลืองอร่าม เลยรอดตัวออกไปที่ชายคามือหนึ่งเอื้อมจะหยิบลูกจันทร์ แต่อีกมือหนึ่งเกาะลูกกรง จำได้ว่ามือที่จับลูกกรงหลุดจากนั้นก็ไม่รู้อะไรเกิดขึ้นอีกเลย ทราบภายหลังว่า ด.ช.เขียว หลุดจากชั้น๒(เหล่าเต้ง) กลิ้งตกลงมาที่ทางเดินคอนกรีต จากนั้นหมดสติ มีเลือดออกปาก ออกจมูก  ออกทางหู หมดสติไป ๕-๖ วัน นอนป่วยอยู่ รู้สึกตัวอีกทีเมื่ออยู่ โรงพยาบาลอานันทมหิดล อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เป็นข่าวลือกันไปทั่ว ว่าเด็กลูกศิษย์ตัวเล็กของหลวงพ่อฉายฯตายแล้วเกิดใหม่

นอนอยู่ โรงพยาบาลถึงสามเดือนไม่ได้สอบไล่แต่เมื่อกลับมาเรียน ครูให้ขึ้นเรียนชั้น ป.๒ได้เลย ระหว่างที่นอนอยู่โรงพยาบาลที่ยังไม่ได้สติหลายวัน คุณอาแม่ชีบอกว่า หลวงพ่อไปเยี่ยมทุกวันและได้สวดมนต์เป่าไปที่ศีรษะทุกครั้ง เพราะหัวบวมมาก ส่วนค่ารักษาพยาบาลหลวงพ่อบอกกับคุณหมอ ผอ.รพ.ฯลฯว่า ท่านเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายทั้งหมด แต่คุณหมอท่านมีความศรัทธาหลวงพ่อฉายมาก คุณหมอบอกท่านว่า “หมอขอทำบุญ เป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดและขอใช้ความสามารถทางการแพทย์รักษาเต็มความสามารถ” ตามที่ท่านอาแม่ชีละมูลเล่าให้ฟัง

เมื่อมีอาการดีขึ้นก่อนออกจากรพ.คุณหมอขอกับคุณอาแม่ชีว่า ขอ ด.ช.จิระเป็นลูกบุญธรรม จะดูแลและส่งเสียการเล่าเรียนทั้งหมด แต่คุณอาไม่ให้...  ท่านอาจารย์เขียวระลึกกราบขอบพระคุณ คุณหมอตลอดมา ทำบุญอุทิศผลบุญกุศลแก่คุณหมอ ตราบจนปัจจุบันนี้...

ใส่เสื้อผีมาโรงเรียน

ไอ้ระ (เขียว) ใส่เสื้อผีมาโรงเรียนเพื่อนนักเรียนล้อเรื่องจริง เหตุเกิดเมื่อหลังจากหายป่วย ออกจากโรงพยาบาลมหิดล ไม่ได้สอบไล่กับเพื่อนๆเขาที่อยู่ชั้น ป. ๑ เปิดเทอมครูให้เลื่อนชั้นขึ้น ป. ๒   ผ้าสีขาวคลุมโรงศพ ที่หลวงพ่อฉายบังสุกุลมาแล้ว ได้มอบให้คุณอาแม่ชีละมูล นำผ้าขาวมาตัดเป็นเสื้อนักเรียนให้ ด.ช.จิระ (เขียว, หลานชาย) ใส่ไปโรงเรียน เพื่อนๆที่โรงเรียนกงฮัก ท่าขุนนาง ลพบุรี รู้เข้า ก็เลยล้อติดปากกันมาเรื่อยๆว่า ไอ้ ระใส่เสื้อผีล้อกันเรื่อยมาจนชิน...

นอนบนโลงศพในป่าช้า

ครั้นต่อมาที่กุฏิ หลวงพ่อฉายมีเด็กมาอยู่หลายคน แต่ท่านอาจารย์เขียวเป็นเด็กวัดที่อายุน้อยที่สุด มักถูกพี่ๆรังแก คุณอาแม่ชีละมูลได้กราบขอหลวงพ่อฉายให้ไปปรนนิบัติอยู่กับพระหลวงตาหลวง ชื่อจริง พ.ท. หลวง คล่องตรวจโรค  เป็นพระเคร่งปฏิบัติกรรมฐาน ฉันอาหารเวลาเดียว ฝึกด.ช.เขียว บารมีเช่น ขณะที่ผู้ใหญ่นั่งอยู่ถ้าผ่านจะเดินไม่ได้ ต้องย่อตัวแล้วคลานผ่านไป ทุกๆอย่างเกี่ยวกับมารยาทสังคม การตรงต่อเวลา การรักษาคำพูดไม่พูดโกหก ความซื่อสัตย์สุจริต ฯลฯ มีวันหนึ่งท่านพาไปนั่งวิปัสสนากรรมฐาน ในป่าช้า ท้ายวัดป่าธรรมโสภณ โดยท่านปักกรด รอบๆบริเวณนั้นเป็นโลงศพ มีศพอยู่ในโลงด้วย ตั้งเรียงเป็นแถว เนื่องจากเป็นเด็ก ดึกแล้วก็ง่วงนอน ครั้นถ้านอนกับพื้นก็ไม่ราบเรียบ นอนไม่สบาย มีสัตว์แมลงตัวเล็กๆตามพื้นรบกวน เด็กชายเขียวจึงปีนขึ้นไปนอนบนโลงศพที่มีพื้นฝาราบเรียบและสูงจากพื้นไม่มีมดแมลงไต่ตอม ซึ่งในโลงนั้นมีศพอยู่ ใกล้สว่างหลวงพ่อปลุกกลับกุฏิเพื่อเตรียมตัวออกบิณฑบาตต่อไป ทำเช่นนี้บ่อยครั้งจนชิน...



วันศุกร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2563

สวัสดีมีชัย ๒๕๖๓



สวัสดีมีชัย ๒๕๖๓

ขอให้..อุปสรรค ที่คุณต้อง พานพบ
จงลบจาก ความทรงจำ ของท่าน..
*หมดเรื่อง "ทุกข์" ที่กวนใจ ไร้ปัญหา
*ขอให้..มีแต่..สิ่งดีๆ ผ่าน..เข้ามา..
ขอให้เป็นปี ที่มีแต่ ความสุข..
ได้รับความเมตตา จากคน รอบข้าง
มีเพื่อนร่วมงาน รักใคร่ กลมเกลียว
เรื่องร้ายๆ ขอให้กลายเป็น เรื่องดีดี
ศัตรู..ที่มี กลายมาเป็น มิตรแท้
เรื่องที่ ควรลืม.. เอาไว้ กับ ปีเก่า
ลืม..ว่าเรา เคยโกรธ..ใคร
ลืม..คน ที่ทิ้ง..เราไป,
ลืม..เรื่อง ที่เราเคย ช่วยคนอื่น
ลืมเรื่อง..ที่ไม่เป็นเรื่อง..
ลืม..หัวใจ ที่เคย..อ่อนแอ
ลืมว่า..เคยแพ้ มาแล้ว กี่ครั้ง,
ลืมสิ่ง..ที่เสีย..ไปแล้ว
ลืม..ข้ออ้าง, ลืม..โทษ..คนอื่น,
ลืม..เรื่อง-เคลียดๆ
ลืม..อายุ อยู่กับ “ปัจจุบัน”,
ลืม..ริษยา คนอื่น
ลืม..ขี้เกียจ, ลืม..ท้อ, ลืม..คำนินทา
ลืม..เรื่อง ที่ทำให้ทุกข์,
ลืม..ว่าเรา เป็นคน ไม่มีค่า..
ลืม..คำว่า เราทำ..ไม่ได้,
ลืม..คำว่า มันสาย-ไปแล้ว
"ตื่น" ขอให้ ..พระคุ้มครอง..
"หลับ" ขอให้ ..บุญรักษา..
"หายใจ-เข้า" ขอให้..*จิตใจ..สงบ-สุข..
"หายใจ-ออก" ขอให้..*ทุกข์..มลาย-หายสูญ
*ให้ ทุกเวลา ได้มี..แต่เรื่อง..สบายใจ
*จะไปไหน..ให้ปลอดภัยแคล้วคลาด ในทุกสิ่ง..
ศุภฤกษ์ เบิกดิถี ขึ้นปีใหม่..
ศุภชัย จงก่อเกิด ล้ำเลิศผล
ศุภลักษณ์ งดงาม ยามยินยล
ศุภชนม์ พร้อมพรั่ง ยั่งยืนนาน
ขอให้..มีสุข..ทุกวันวาน
ขอให้เป็น กาลสมัย ใสสดศรี
เจริญลาภยศ ลือไกล ชัยทวี
ขอให้ท่าน มั่งมีทรัพย์ ศฤงคาร
ทุกข์โศก อย่ามาใกล้ โรคร้าย อย่าได้มี..
มีเงินมีทอง มากองทับ มากทวี

จงเป็นปี แสนสุขสันต์ นิรันดร์ เทอญ.


วันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ประวัติพระชัยบารมี ตอนที่ 39 มาช่วยปฏิบัติราชการที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4



ในปี 2542 ท่านอาจารย์พ.ต.ท.เขียว บารมี ดำรงตำแหน่งรองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรอำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ช่วงปลายเดือนเมษายนได้รับคำสั่งจาก กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (บช.ภ.4) จังหวัดขอนแก่น ให้มาช่วยปฎิบัติราชการตำรวจ และได้รับมอบหมายจากท่านพลตำรวจโท พิชัย สุนทรสัจบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (ผบช.ภ.4) ทำหน้าที่เป็นวิทยากรดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดตาม “โครงการแสงเทียน ของ บช.ภ.4  ได้เดินทาง ไปบำบัดผู้ติดยาเสพติด ตามที่สถานที่ต่างๆ ทุกจังหวัด ทั้ง 13 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2542 และได้รับหนังสือเชิญเป็นวิทยากรอบรมเด็กและเยาวชน จากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดขอนแก่น  ในวันที่  28 เมษายน 2542 เวลา 09.30 นาฬิกา ณ ห้องประชุมสถานฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน จังหวัดขอนแก่น (ดังสำเนาคำสั่งด้านบน) ซึ่งท่านได้มาปฏิบัติในหน้าที่นี้ตามคำสั่งของ บช.ภ.4 ที่ได้หมอบหมายจนสิ้นสุด “โครงการแสงเทียน” เป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปี


วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2562

ประวัติพระชัยบารมี ตอนที่ 38 ธรรมสัญจรโคราช หนองคาย 7-8 กันยายน 2562 และย้อนรอยอดีตรำลึก



เช้าวันที่ 7 กันยายน 2562 ออกเดินทางจากกรุงเทพมหานครมุ่งสู่วิหารสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ห่างจากตัวเมืองประมาณ 42 กิโลเมตร มหาวิหารเป็นแบบกุฎาคาร (เรือนยอดเจดีย์เพื่อประดิษฐานพระพุทธรูป) ภายในประดิษฐานรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) องค์ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีขนาดหน้าตักกว้าง 8 เมตร 1 นิ้ว สูง 13 เมตร หนัก 61 ตัน

ย้อนรอยอดีตช่วงเริ่มต้นสร้างพระรูปหลวงพ่อโตใหม่ๆ เรื่องมีอยู่ว่า...
ครั้งนั้นท่านอาจารย์เขียว บารมี มาราชการขับรถยนต์ส่วนตัวเดินทางกลับผ่านสีคิ้ว(ตรงบริเวณที่สร้างองค์หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ปัจจุบัน) เป็นที่โล่ง มีเต็นท์ตั้งอยู่หลายเต็นท์ มีรถยนต์จอดอยู่มาก มีผู้คนจำนวนมาก มีประดับธงมากมาย จึงขับรถยนต์ เลี้ยวซ้ายเข้าไปจอด

ท่านเล่าให้ฟังว่าเป็นความอยากรู้อยากเห็นของท่านเอง จึงลงจากรถ เดินเข้าไปสอบถามว่า"ที่นี่จัดงานอะไรครับ" และ ได้รับคำตอบว่า กำลังกระทำพิธีการเปิดสถานที่เพื่อเตรียมสร้างหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ พิธีสงฆ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทันใดนั้น คุณ สรพงษ์ ชาตรี ซึ่งแต่งกายชุดขาวได้เดินมาสนทนาด้วย สอบถาม ให้การต้อนรับเชิญเข้าไปในปะรำพิธี คุยสนทนากันจากนั้น คุณสรพงษ์ได้เชิญให้ ท่านอาจารย์เขียว บารมี ได้ประกอบพิธีพาคณะดำเนินการโดยอัญเชิญพระพุทธานุภาพของพระพุทธรูปชื่อ "พระชัยบารมี"

โดยได้บรรยายเรื่อง ความศักดิ์สิทธิ์ และ พระพุทธานุภาพ พลังบารมี ปาฏิหาริย์เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ผลดีนักแล ประกอบกับในขณะนั้น  มียศเป็นพ.ต.ท.เขียว บารมี ตำแหน่ง รอง ผกก. หน.สภ.อ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย มีชื่อเสียงเกี่ยวกับการบำบัดยาเสพติดให้โทษ เมื่อทุกๆท่านในที่นั้นเข้าใจ จึงได้เริ่มประกอบพิธี ดังภาพที่เห็นต่อไปนี้

พาสวดมนต์


ผู้ร่วมพิธีที่ศรัทธา ลงนั่งราบ เหยียดขาไปข้างหน้า หงายฝ่ามือวางบนต้นขาทั้งสองข้างยืดตัวตรงหลับตา ออกเสียงภาวนาคำว่า "พระชัยบารมี" ตามพิธีกรรม รวมทั้ง คุณสรพงษ์ก็ปฏิบัติด้วย


พี่น้องส่วนหนึ่งก็นั่งชม สังเกตการณ์ และแล้วญาณบารมี ของหลวงพ่อโตก็เสด็จลงมายืมสังขารร่างกายมนุษย์เสื้อลายแดง(ลูกศรสีแดง)



ญาณบารมีของหลวงพ่อโต ท่าน ยืมสังขาร ผู้ชายใส่เสื้อสีแดงลายดำ(ลูกศรสีแดง) แล้วพานั่งท่าคล้าย"หลวงพ่อโต" ในภาพแม่บ้านของท่านอาจารย์เขียวฯ(ลูกศรสีเขียว) จึงได้เข้าไปหาคุณคุณสรพงษ์ บอกให้รีบเข้าไปกราบหลวงพ่อโต แล้วสนทนาสอบถาม เมื่อทุกคนมุ่งไปที่ ผู้ชายเสื้อสีแดงลายดำ(ลูกศรสีแดง) ท่านอาจารย์เขียว และแม่บ้านจึงได้รีบเดินมาขึ้นรถยนต์ขับออกจากงานนั้นกลับหนองคายทันที โดยไม่มีใครทันได้สังเกต...(จบเหตุการณ์วันนั้น)

เมื่อออกจาก หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ ได้เดินทางต่อเลี้ยวไปทางซ้ายมุ่งหน้าสู่วัดธรรมจักรเสมาราม มีพระนอนหินทราย อายุกว่า 1300 ปี วัดธรรมจักรเสมาราม ตั้งอยู่ที่ ตำบลเสมา อ. สูงเนิน แต่เดิมบริเวณ นี้เป็นศาสนสถานในสมัยทวาราวดี มีโบราณวัตถุที่สำคัญ คือ พระพุทธรูปปางไสยาสน์ ณ สถานที่นี้คณะญาติธรรมได้ร่วมกันทำบุญ ถวายหนังสือเป็นธรรมทาน ถวายสังฆทาน และปัจจัย อุทิศบุญกุศลให้บรรพชนที่ล่วงลับไปแล้ว ครูบาอาจารย์ เทวดาอารักษ์ และทุกดวงจิตดวงวิญญาณที่ปรารถนาจะได้รับบุญกุศลในครั้งนี้

เมื่อออกจากวัดธรรมจักรเสมาราม ขับรถย้อนตามทางเดิมออกมา ผ่านโรงเรียนบ้านมะเกลือใหม่ ตำบลมะเกลือใหม่ อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งในอดีตท่านอาจารย์เขียว บารมี ได้รับคำสั่ง จาก กก.ตชด.เขต 3 อุบลราชธานี ให้เดินทางมาร่วมเป็นวิทยากร ฝึกอบรม ลูกเสือชาวบ้านร่วมกับคณะวิทยากร ลสชบ.จังหวัดนครราชสีมา พร้อมทั้งนำสิ่งของพระราชทานผ้าผูกคอ ห่วงหน้าเสือ และวุฒิบัตร กระทำพิธีพระราชทานให้กับผู้ที่สำเร็จการอบรมลูกเสือชาวบ้าน ได้ร่วมกิจกรรมกับวิทยากรจังหวัด ครั้งนั้นได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเป็นอย่างดียิ่ง

ออกจากโรงเรียนบ้านมะเกลือใหม่ มุ่งสู่จงหวัดหนองคาย เพื่อพักผ่อนที่บังกะโลในช่วงค่ำ เช้าตรู่วันใหม่มุ่งหน้าสู่ศาลากลางเก่า เพื่อไปกราบไหว้บรรพบุรุษ เจดีย์ทหารกล้าปราบฮ่อ ติดที่ทำการสถานีตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย ซึ่ง สวป.ได้ออกมาต้อนรับคณะธรรมสัญจรอย่างอบอุ่น

ต่อจากนั้นมุ่งหน้าสู่ตลาดโพธิ์ชัยเพื่อทานอาหารเช้า แล้วเข้ากราบขอพรจากหลวงพ่อพระใสในพระอุโบสถวัดโพธิ์ชัย และขอบารมีความดีจากองค์พระธาตุหน้าพระอุโบสถ ก่อนเดินทางกลับได้แวะเยี่ยมน้องรักของท่านอาจารย์เขียวฉายา "ขงเบ้ง" หรือ "เสี่ยเบ้ง" ซึ่งในอดีตที่เพิ่งได้รับพระชัยบารมี ได้ร่วมกันเผยแผ่บุญบารมีของพระชัยบารมีไปถึงจังหวัดเลย พักที่รีสอร์ทของคุณประมูลวิทย์ โดยมีคุณขงเบ้งเป็นผู้จัดการดูแล ทำให้ชาวจังหวัดเลย พ่อค้า ประชาชน ครู นักเรียนและนักศึกษาได้กราบไหว้ขอพรรับบารมีทั้งกลางวันและกลางคืน มีผู้มากราบไหว้พระชัยบารมีอย่างต่อเนื่องตลอด 7 วันที่ท่านอาจารย์เขียวได้ลากิจไว้ ขณะนั้นมีผู้ศรัทธามาขอกราบขอพรและบำบัดยาเสพติดหลากหลายกรณี มีผู้โชคดีถูกรางวัลที่ 1 จำนวนหลายใบ เป็นที่กล่าวขานในขณะนั้น ส่วนคุณขงเบ้งก็สามารถสัมผัสได้ถึงกระแสญาณของพระปิยะ...(จบเหตุการณ์ในอดีต)

หลังจากนั้นคณะญาติธรรมก็ได้เดินทางกลับสู่กรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ








วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2562