วันเสาร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2556

ประวัติพระชัยบารมี ตอนที่ 9 ตอนวิทยาศาสตร์ พึ่งพระพุทธคุณ


เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2542 เวลาประมาณ 9 โมงเช้า ณ ที่ห้องปณิธานใจ บช.ภ.4 ได้มีผู้มาขอรับการบำบัดเกี่ยวกับโรคพิษสุราเรื้อรัง 4 คน ซึ่งมีผู้นำพามา ท่านอาจารย์เขียวได้ดำเนินการช่วยเหลือใช้สมาธิจิตบำบัดต่อหน้าพระชัยบารมี ทั้ง 4 คนนั้นมีอาการอาเจียน อวกแตก น้ำมูก น้ำตา เหงื่อไหล ซึ่งเป็นอาการที่ขับพิษออกจากร่างกาย ด้วยสมาธิจิตบำบัด หลังจากนั้นทั้ง 4 คนมีอาการสดชื่น ดีขึ้นทันตาเห็น เมื่อเสร็จพิธีแล้ว ผู้น้ำพาได้บันทึกในการเยี่ยมห้องปณิธานใจ ท่านอาจารย์เขียวจึงได้ทราบว่าท่านเป็นผู้อำนวยการศูนย์โรงพยาบาลขอนแก่น ท่านผู้บัญชาการฯจึงได้ออกมาพบและสนทนากัน
ข้อความที่บันทึกมีดังนี้

วันที่ 14 ก.ค. 2542 10.00 น.
วันนี้ผมได้นำลูกน้อง 4 คนมาบำบัดรักษา กับท่านรองผู้กำกับฯการรักษาโรคพิษสุราเรื้อรัง รู้สึกประทับใจ มีความยินดี ขอสนับสนุนโครงการนี้ ขอขอบคุณยิ่ง
ลงชื่อ ........................
ผอ. รพศ.ขอนแก่น



ประวัติพระชัยบารมี ตอนที่ 8 ชีวิตใหม่ ในโลกใบเก่า นครพนม


ต่อจากนั้นก็ยังเป็นช่วงปลายเดือนพฤษภาคมอยู่ ท่านอาจารย์เขียวได้ไปบำบัดที่สภ.อ.เมืองนครพนม มีผู้ต้องกักขังจำนวนมาก ไม่สามารถนำออกจากห้องกักขังได้ จึงต้องเข้าไปดำเนินการสมาธิจิตบำบัดในห้องขังนั่นเอง ทุกคนก็ได้ล้มตัวนอนเบียดเสียดกัน อยู่ในนั้น อาเจียน อวกแตก น้ำมูก น้ำตา เหงื่อไหลเปียกแฉะได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ก่อนจบพีธีได้ให้กล่าวคำสาบานตนว่า ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดที่ผิดกฏหมายโดยเด็ดขาด  ต่อมาได้มีจดหมายจากตัวแทนผู้ต้องขังแจ้งผลดำเนินการบำบัดยาเสพติดดังสำเนาภาพถ่ายด้านล่าง
สภ.อ. เมืองนครพนม
วันที่ 1 มิถุนายน 2542


กราบเรียบท่านอาจารย์เขียว บารมีที่เคารพรักและนับถือ กระผมนาย ...................... ในนามตัวแทนผู้ต้องขัง สภ.อ.เมืองนครพนม  มีเรื่องที่จะกราบเรียนท่านอาจารย์เขียว บารมี ขณะนี้พวกเราชาวผู้ต้องขังทุกคนได้ทำภารกิจตามที่ท่านอาจารย์มอบหมายให้พวกกระผมทำ นั่งภาวนาขอพรพระชัยบารมี เลิกสูบบุหรี่, กัญชา หรือยาเสพติดทุกประเภทตามคำอธิษฐานของแต่ละคนนั้น ได้ผลดีนักแล พวกเราภูมิใจที่เลิกยาเสพติดได้ ตอนนี้บางคนก็พ้นโทษและออกไปแล้ว ส่วนที่เหลือก็ไม่กี่คน แต่พวกเรายังกระทำอยู่ทุกวัน พวกเราให้สัญญาว่าจะไม่หวนกลับไปเสพมันอีก  พวกเราชาวผู้ต้องขังทุกคนยังรักและคิดถึงท่านอาจารย์อยู่เสมอ

สุดท้ายนี้กระผมขออวยพรให้ท่านอาจารย์ จงมีความสุขความเจริญตลอดไป


( จาก ...............................)
ตัวแทนผู้ต้องขัง สภ.อ. เมืองนครพนม

ประวัติพระชัยบารมี ตอนที่ 7 “ผมเชื่อแล้ว ไม่ขอลบหลู่ เมื่อเลิกแล้ว ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดโดยเด็ดขาด” สกลนคร


ในปี 2542 บช.ภ.4 (กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค4 รับผิดชอบ 11 จังหวัดภาคอีสานตอนบน)ได้รับงบประมาณจัดดำเนินการโครงการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายของชาติ ผู้บัญชาการ บ.ช.ภ.4 ในขณะนั้น (พล.ต.ท. พิชัย สุนทรสัจบูลย์) ได้จัดทำโครงการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้โทษ โดยเน้นหลัก “ผู้เสพคือผู้ป่วย ผู้ค้าต้องกวาดล้างจับกุมดำเนินคดีตามกฏหมาย” จึงเกิดโครงการแสงเทียนของบช.ภ.4 คือมุ่งเน้นให้ความรู้ ให้โอกาส แก่ผู้ติดยาเสพติดหรือผู้หลงผิด แจ้งความประสงค์และจุดมุ่งหมายขอเลิกเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเด็ดขาด  ซึ่งแต่ละสถานีตำรวจภูธรทั้ง 11 จังหวัด ก็ได้จัดดำเนินการ โครงการแสงเทียนสนองตอบนโยบาย ให้เสร็จสิ้นภายในปีงบประมาณ 2542

ท่านอาจารย์เขียวได้รับมอบหมายให้ประสานแต่ละจังหวัด แต่ละสถานีตำรวจทั้งภาค4 เข้าดำเนินการบำบัด ฟื้นฟูสภาพจิตใจ และร่างกายของผู้เสพยาเสพติด มิให้กลับไปเสพอีก โดยท่านผู้บัญชาการให้เน้นไปที่ 6 กลุ่มหลักดังต่อไปนี้
  • -      กลุ่มแสงเทียน คือผู้รายงานตัวขอรับบำบัด
  • -      กลุ่มดอกบัว คือกลุ่มที่ถูกกักขังแทนค่าปรับ
  • -      กลุ่มดอกหญ้า คือ กลุ่มผู้ติดยาเสพติดอยู่ตามชุมชน หมู่บ้านต่างๆ
  • -      กลุ่มพุทธรักษา คือกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
  • -      กลุ่มดาวโรย คือตำรวจที่ติดสุรา บุหรี่ ที่ต้องการเลิก
กลุ่มที่ต้องโทษจำขังในเรือนจำ ซึ่งจะต้องประสานงานกับผู้บัญชาการเรือนจำและสถานพินิจด้วยตนเอง โดยให้ยึดหลักการประสานงาน “บวร” บ คือ บ้าน, ว คือ วัด และ  ร คือ โรงเรียนและส่วนราชการต่างๆ

จากภารกิจดังกล่าวท่านอาจารย์เขียวจึงได้ตระเวนเดินสายกลับไปกลับมา ระหว่างจังหวัด ค่ำไหนนอนนั่น(นอนในรถยนต์คู่ชีพ) ไม่เว้นแต่ละวัน
ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2542 มีการดำเนินการกับกลุ่มดอกบัวครั้งแรกได้เริ่มขึ้นที่สภ.อ.เมืองขอนแก่น ครั้งที่ 2 เริ่มที่สภ.อ.เมืองมุกดาหาร และครั้งที่ 3 ที่สภ.อ.เมืองสกลนคร ซึ่งในขณะนั้นมีท่าน พ.ต.อ. พจน์ มานะขจรเวช ผกก.เมืองสกลนคร ได้นำผู้ต้องกักขังเกี่ยวกับยาเสพติดทั้งหมด 32 คน ออกมาบำบัดที่ลานหน้าโรงพัก เวลาช่วงบ่าย โดยท่านอาจารย์เขียวได้อัญเชิญพระชัยบารมีให้กราบไหว้และกล่าวสาบานตนให้สัจจะ ว่าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยว เกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยเด็ดขาด เมื่อพ้นโทษไปแล้ว ต่อจากนั้นก็ได้เริ่มพิธีจิตบำบัด ปรากฏว่าผู้ต้องกักขังทั้งหมดล้มตัวลงนอนกับพื้น มีอาการน้ำลายไหลฟูมฟาย อาเจียน อวกแตกกระจาย ก่อนจบพิธีจิตบำบัด ท่านอาจารย์เขียวได้ถามว่า มีใครจะทดลองสูบบุหรี่มั้ย  ก็มีคนหนึ่งที่เหมือนจะเป็นคนที่ดื้อหัวแข็งได้ขออาสาทดลองสูบบุหรี่ ท่านอาจารย์เขียวก็ให้เขาเอาบุหรี่ของเขาเองออกมาสูบได้ แค่มือคีบบุหรี่ ก็เกิดอาการตัวสั่นเทาอย่างแรง ไม่สามารถสูบได้ แล้วล้มทั้งยืน เหมือนคนจะเป็นลม คนนั้นจึงรีบสลัดบุหรี่ทิ้งทันที  พอได้สติขึ้นมา จึงรีบลุกแล้วเข้าไปกราบที่องค์พระชัยบารมี กล่าวว่า “ผมเชื่อแล้ว ไม่ขอลบหลู่ เมื่อเลิกแล้ว ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดโดยเด็ดขาด” จึงเป็นที่มาของคำว่า “ไม่เชื่อแต่อย่าลบหลู่” ส่วนคนอื่นๆที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น ไม่มีใครกล้าสูบบุหรี่อีกเลย จนเป็นที่ฮือฮาในการใช้สมาธิจิตบำบัด  ตามที่หนังสือพิมพ์เดลินิวส์วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2542 หน้า 26 ภูมิภาค ได้ลงข่าวไว้



วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556

ประวัติพระชัยบารมี ตอนที่ 6 ชาวชุมชนหนองวัดสองละเลิกอบายมุขและยาเสพติด ด้วยสมาธิจิตบำบัด


จากการที่ท่านอาจารย์เขียวได้บุกเบิกงานด้านป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในเขตจังหวัดหนองคาย โดยอัญเชิญพระชัยบารมีไปทั่วทุกแห่งในเขตจังหวัดหนองคาย ต่อมาได้มีคำสั่ง ภ.4 ที่ 299/2542 ลง 9 มีนาคม 2542 ให้พ.ต.ท.เขียว บารมี รองผกก.(ป.) สภ.อ.ศรีเชียงใหม่ ไปช่วยราชการที่ กก.5 บก.อก.ภ.4 มีกำหนด 180 วัน ซึ่งตามปกติการไปช่วยราชการคือการให้พักงานในหน้าที่หลัก เนื่องจากช่วงนั้นมีข่าวลือกันว่าท่านอาจารย์เขียวเพี้ยนไปซะแล้ว จากมือปราบ วิทยากร พิธีกร โฆษก นักจัดรายการสถานีวิทยุ ผู้อำนวยการฝึกลูกเสือชาวบ้าน ได้วางปืน วางอุปกรณ์อื่นๆ หันมาอุ้มพระไป อุ้มพระมาทุกสถานที่ๆท่านเดินทางไป

ท่านอาจารย์เขียวไปรายงานตัวต่อท่าน พล.ต.ท.พิชัย สุนทรสัจบูลย์ ผบช.ภ.4 ท่านได้มอบหมายให้ท่านอาจารย์เขียวลงมาปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้า ณ ห้องศูนย์ปณิธานใจ ซึ่งอยู่ชั้นล่างของกองบัญชาการฯ พร้อมกับได้นิมนต์พระชัยบารมีมาประดิษฐานที่ห้องทำงานนี้ด้วยเพื่อให้ตำรวจที่มาช่วยราชการภ.4 (ซึ่งตำรวจทั้งหมดก็ถูกให้ไปช่วยราชการหรือถูกพักงานจากงานหลักทุกคน) ได้กราบไหว้เพื่อเป็นพลังใจต่อสู้กับอุปสรรคปัญหาในชีวิตต่างๆ จนเป็นที่ศรัทธา และได้มอบภารกิจให้แก่ข้าราชการตำรวจเหล่านั้นร่วมดำเนินการสรรหาบุคคลเด็กและเยาวชนที่ติดยาเสพติด โดยยึดหลักของผู้บังคับบัญชาที่ว่า “ผู้เสพคือผู้ป่วย” นำมาบำบัดที่ห้องปณิธานใจ ปรากฏว่าได้ผลดี จนเป็นที่ฮือฮาของตำรวจภูธรภาค4 และศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ท่านอาจารย์เขียวพร้อมด้วยข้าราชการตำรวจจากศูนย์ปณิธานใจ ได้ใช้เวลาช่วงเย็น(นอกเวลาราชการ)ออกไปให้ความรู้และแนวทางการปฏิบัติให้พ้นภัยจากยาเสพติด แก่พี่น้องประชาชนตามหมู่บ้านต่างๆ เช่น เข้าไปดำเนินการที่ชุมชนหนองวัดสอง หลังสถานีรถไฟขอนแก่น โดยอัญเชิญพระชัยบารมีประดิษฐานที่ท้ายรถเก๋งของท่านเอง ท่านอาจารย์เขียวได้บรรยายถึงโทษและภัยอันตรายของยาเสพติด จนประชาชนในชุมชนนั้นมองเห็นเข้าใจถึงภัยและโทษของยาเสพติด จึงมีผู้ขอเข้าร่วมกิจกรรมรับการบำบัดยาเสพติด(ยาบ้า)ทั้งชุมชนเป็นจำนวนร้อยกว่าคน ท่านอาจารย์เขียวจึงได้เริ่มพิธีกรรมขอพรพระชัยบารมี เพื่อบำบัดผู้ติดยาเสพติดทันที ชาวบ้านที่มาร่วมพิธีได้อาเจียน น้ำมูกน้ำตาไหล ผู้ที่เคยสูบบุหรี่ได้ก็ไม่สามารถสูบได้อีก แค่หยิบบุหรี่ ก็เกิดอาการเหม็นและคลื้นไส้อย่างรุนแรงคล้ายจะเป็นลมหมดสติ ยิ่งสร้างพลังศรัทธาให้แก่พี่น้องชุมชนนั้นเป็นอย่างมาก วันรุ่งขึ้นชาวชุมชนหนองวัดสองจึงได้รวมตัวกันมาที่กองบัญชาการฯ ขอพบท่านผู้บัญชาการ(พล.ต.ท.พิชัย สุนทรสัจบูลย์) เพื่อขอบคุณที่ท่านฯได้ส่งท่านอาจารย์เขียวและคณะไปแก้ไข บำบัดและบรรเทาทุกข์จากภัยยาเสพติด อย่างได้ผลมาก ช่วยให้พี่น้องชุมชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติสุข 


หมายเหตุ ท่านใดที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับพระชัยบารมี ที่ได้พบ ได้เห็น ได้ประสบด้วยตนเอง ยินดีที่จะเผยแพร่ เป็นวิทยาทานและเป็นทานบารมี ท่านสามารถส่งเรื่องราวของท่านผ่านทางอีเมล totslot.dnan@gmail.com หรือ โทรศัพท์ 0864480822 ทศฬส ดุสิตพัฒนาภินันท์


วันพุธที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2556

ประวัติพระชัยบารมี ตอนที่ 5 พระชัยบารมีเป็นพระประธานพิธีปลุกเสก ณ วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย


จากผลงานที่ได้ทำไว้ที่อำเภอศรีเชียงใหม่ด้วยการเข้าถึงประชาชนทุกหมู่บ้านทุกตำบลของอำเภอศรีเชียงใหม่ ในการรณรงค์ป้องกันและปราบปรามยาเสพมาโดยต่อเนื่องจากเดือนมิถุนายนถึงเดือนธันวาคม2541 ระหว่างนั้น ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคายได้เปิดศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดหนองคายที่ศาลากลางฯชั้น3 แต่ยังขาดบุคคลากรในการดำเนินงานหลายตำแหน่ง ได้เห็นผลงานดังกล่าวข้างต้น จึงมีคำสั่งด่วนจากจังหวัดหนองคายที่ 2782/2541 ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2541 ให้มาช่วยราชการประจำศูนย์ฯโดยไม่มีกำหนด

ท่านอาจารย์เขียวได้มารายงานตัวในวันที่ 7 ม.ค. 2542 ต่อท่านผู้อำนวยการศูนย์ พร้อมกับอัญเชิญพระชัยบารมีมาประดิษฐานที่ห้องทำงาน ณ ศาลากลางฯชั้น3 มีข้าราชการ พ่อค้าและประชาชนที่รู้ข่าวได้มากราบไหว้เพื่อเป็นสิริมงคล และได้ออกรณรงค์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามสถานศึกษา ชุมชนหมู่บ้าน อย่างต่อเนื่องเหมือนที่ได้ปฏิบัติมาที่อำเภอศรีเชียงใหม่ ซึ่งเป็นภารกิจที่หนัก เสี่ยงอันตราย โดยที่ท่านอาจารย์เขียวได้ยึดมั่นตามอุดมคติตำรวจ
เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่
กรุณาปราณีต่อประชาชน
อดทนต่อความเจ็บใจ
ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก
ไม่มักมากในลาภผล
มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน
ดำรงตนในยุติธรรม
กระทำการด้วยปัญญา
รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต
จึงได้รับการสนับสนุนจากผู้อำนวยการศูนย์(ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย)เป็นอย่างดียิ่ง ได้จัดทำแผ่นพับ “โครงการสร้างภูมิคุ้มกันต้านภัยยาเสพติด(ด้วยจิตบำบัด)” ในนามของศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดหนองคาย






ต่อจากนั้นผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคหนองคายได้กราบอัญเชิญพระชัยบารมีมาเป็นพระพุทธรูปประทานประกอบพิธีบวงสรวงไหว้ครู ปลุกเสกพระวิษณุเทพ ณ วิทยาลัยฯ และได้เกิดพุทธปาฏิหารย์ หลายประการ ต่อหน้าคณะครูอาจารย์ ผู้ปกครองและนิสิตนักศีกษาหลายร้อยคน โดยมีผู้อำนวยการวิทยาลัยเป็นผู้ประกอบพิธีกรรม ระหว่างนั้นมีนักศีกษาจำนวนมากได้มีอาการตัวโยกโคลง คล้ายพิธีการประทับทรงพร้อมๆกัน โดยที่นักศึกษาที่โยกโคลงเหล่านั้นมิเคยมีประสบการณ์แบบนั้นมาก่อน นั่งสั่นบ้าง นั่งในท่าทางต่างๆบ้าง และพูดจาออกเสียงเป็นภาษาที่ไม่เข้าใจ ท่านอาจารย์เขียวได้สอบถามนักศึกษาที่ตัวสั่นบางคนก็ตอบว่า ท่านเป็นเทพ บางคนก็บอกว่าท่านเป็นฤาษี มาร่วมพิธีเพื่อปลุกเสกและอำนวยพรให้ทุกคนที่มาร่วมงานนี้มีความสุขมีความสำเร็จ จนเป็นเรื่องเล่ากล่าวขานของชาวหนองคายในช่วงเวลานั้น ส่วนพระวิษณุเทพที่ทำการปลุกเสกรุ่นนั้นก็มีผู้มาบูชาไปจนหมดในเวลาอันรวดเร็ว 


วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2556

ประวัติพระชัยบารมี ตอนที่ 4 เจ้าพ่อกุดป่อง แห่งเมืองเลย


ข่าวการได้รับพระพุทธรูปทองคำ พระชัยบารมี ได้แพร่สะพัดเป็นที่กล่าวขานทั่วจังหวัดหนองคาย และทุกวงการ ได้มีผู้มีจิตศรัทธาไปขอกราบไหว้ที่บ้านพักอำเภอศรีเชียงใหม่ เป็นเนืองนิตย์ เช่นคณะเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจากจังหวัดหนองคาย หัวหน้าส่วนราชการจากศาลากลางจังหวัดหนองคาย(ศาลากลางหลังเก่า) และเจ้าหน้าที่ข้าราชการ พ่อค้าประชาชนที่รู้จัก รวมทั้งพี่น้องชาวอำเภอศรีเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2541 ท่านอาจารย์เขียวได้ประสานกับท่านกำนันตุ๊(ท่านส.จ.เสถียร มีบุญ สมาชิกสภาจังหวัดหนองคาย) และท่านพระครูเจ้าอาวาสวัดช้างเผือก เจ้าคณะอำเภอศรีเชียงใหม่ ได้จัดสถานที่ลานวัดข้างพระอุโบสถวัดช้างเผือกในตอนเย็น เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้ "พระชัยบารมี" วันดังกล่าวมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากได้เข้ามาประกอบพิธีและกราบไหว้พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งต่อมา น.ส.พ.ไทยรัฐปีที่ 49 ฉบับที่ 14758 วันพฤหัสบดี 18 มิถุนายน พ.ศ. 2541 ได้ลงข่าว "พระชัยบารมี" และภาพถ่ายของพุทธศาสนิกชนที่มีจิตศรัทธามากราบไหว้ในวันดังกล่าวไว้ที่หน้าหลัง(แผ่นสุดท้าย)ครึ่งหน้า จึงเป็นการเปิดบารมีของพระชัยบารมีให้ไปทุกสารทิศ เป็นเหตุให้มีผู้สนใจอย่างมาก

ในวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2541 เวลา 09:30 น. ท่านอาจารย์เขียวได้ลาราชการหยุดพักผ่อน 7 วันแล้วได้อัญเชิญพระชัยบารมีไปจังหวัดเลย พักที่เมืองเลยรีสอร์ทของน้องชายที่นับถือกันชื่อ ขงเบ้ง ซึ่งเป็นทั้งเจ้าของและผู้จัดการ  พักอยู่ตลอด 7 วัน ระหว่างที่พักนี้ก็มีผู้มีจิตศรัทธาที่รู้จักกับขงเบ้ง มากราบไหว้ขอพรกันทุกวัน วันหนึ่งมีสุภาพสตรีท่านหนึ่ง ขณะก้มกราบพระชัยบารมี เสร็จแล้ว เธอได้บอกกับท่านอาจารย์เขียวว่า "รู้สึกปวดศีรษะอย่างมาก" ท่านอาจารย์เขียวจึงได้อธิษฐานขออนุญาตถ่ายบารมีความดีของพระชัยบารมีให้กับเธอ ด้วยการที่ท่านอาจารย์เขียวใช้มือขวาจับพระหัตถ์ของพระชัยบารมี แล้วใช้มือซ้ายแตะที่ศีรษะของเธอ ทันใดนั้นเธอก็ได้ล้มตัวนอนหมดสติทันที ต่อหน้าพระชัยบารมีและต่อหน้าทุกคนที่มากราบไหว้ในวันนั้น ท่านอาจารย์เขียว ขงเบ้งและคนอื่นๆต่างตกตะลึง ทำอะไรไม่ถูก น่าจะประมาณสัก 3 นาทีแล้ว ท่านอาจารย์เขียวจึงตัดสินใจให้จัดเตรียมรถ ไว้ใกล้ๆ เพื่อที่จะได้นำส่งโรงพยาบาล ขณะที่กำลังเตรียมตัวช่วยกันจะอุ้มเธอเพื่อขึ้นรถ เธอก็รู้สึกตัวฟื้นขึ้นมา ตัวเธอเองก็มึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอก็ได้กราบลาพระชัยบารมีเพื่อกลับบ้านทันที นอกจากนี้ก็มีญาติธรรมตามไปส่งอีกหลายคน สักประมาณ 3 ช.ม. ญาติธรรมที่ไปส่งก็ได้กลับมาเล่าให้ฟังว่า "สุภาพสตรีท่านนั้นเป็นสังขารเทียบ(ร่าง)ของเจ้าพ่อกุดป่อง เป็นภูมิที่ปกปักรักษาอยู่ ณ ตัวจังหวัดเลย มีลูกหลานนับถือจำนวนมาก เมื่อไปถึงบ้านของเธอแล้ว เธอได้จุดธูปเทียนบูชาครูบาอาจารย์ของเธอ แล้วอัญเชิญเจ้าพ่อกุดป่องเข้าสังขาร เพื่อสอบถามความถูกต้องและความเป็นมา" ญาติธรรมได้เล่าต่อว่า  เจ้าพ่อกุดป่องได้พูดว่า พระพุทธรูปองค์นี้ศักดิ์สิทธิ์มาก และเป็นพระพุทธรูปที่สูงส่ง บารมีพระองค์ท่านเสด็จจากเบื้องบนลงสู่โลกมนุษย์ ชาวมนุษย์โลกผู้ใดอยากได้อะไร ให้ไปกราบไหว้ขอพรจากท่าน แล้วจะได้สมความปรารถนาทุกประการ เลิกยาเสพติด และบำบัดโรคภัยไข้เจ็บดีนักแล

วันรุ่งขึ้นขงเบ้งชวนท่านอาจารย์เขียวไปเมืองเลย เพื่อไปเยี่ยมสุภาพสตรีท่านนั้น พอไปถึงเธอได้พูดขึ้นทันทีว่า ฝ่ามือของ อาจารย์เขียว เหมือนมีพลังงานไฟฟ้าสูงมาก พอจับถูกตัว ก็ช็อตสังขารของข้าพเจ้าล้มลงทันที ท่านอาจารย์เขียวได้สอบถามเธอว่า "อาการขณะนี้เป็นอย่างไรบ้าง" เธอตอบว่า สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี และเหมือนได้รับพลังเพิ่มมากขึ้น.... 

ประวัติพระชัยบารมี ตอนที่ 3 วันมหาพุทธาภิเษกองค์จำลองหลวงพ่อพระใส รุ่นกระเบื้องหลังคาโบสถ์


ต่อมาวันรุ่งขึ้นตรงกับวันที่ 28 มีนาคม 2541 เป็นวันประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกองค์จำลองหลวงพ่อพระใส และวัตถุมงคลรุ่น "กระเบื้องหลังคาโบสถ์" ท่านอาจารย์เขียวได้อัญเชิญพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวไปประดิษฐานที่ด้านล่างมุมขวาของหลวงพ่อพระใส เพื่อร่วมรับพระพุทธานุภาพ พระธรรมานุภาพและพระสังฆานุภาพจากการพุทธาภิเษกในครั้งนี้ด้วย และท่านอาจารย์เขียวได้ทำหน้าที่เป็นพิธีกรประชาสัมพันธ์ฝ่ายฆราวาสในงานครั้งนี้ตามคำสั่งตั้งแต่เช้าเป็นต้นไป ตอนบ่ายวันเดียวกัน ขณะที่ท่านอาจารย์เขียวอยู่ในพระอุโบสถ(หลวงพ่อพระใส)นั้น ได้รับโทรศัพท์จากท่านพ.ต.อ.(ยศในขณะนั้น)สรศักดิ์ เย็นเปรม ผู้กำกับการตำรวจภูธร อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย แจ้งว่า "ผมขอแสดงความยินดีและดีใจกับพี่เขียว เพราะได้มีคำสั่งแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งให้พี่เขียวขึ้นเป็นรองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สภ.อ. ศรีเชียงใหม่แล้วครับ"

ก็เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งซึ่งตรงกับที่หลวงพ่อท่านเจ้าอาวาสวัดหนองบัวเงินได้บอกไว้ก่อนแล้วว่า "ถ้าได้รับพระพุทธรูปไปแล้ว ก็จะได้เลื่อนตำแหน่งภายใน 7 วันนี้" แต่นี่เร็วมาก ภายใน 3 วันเท่านั้นเอง


ต่อมาเช้าวันที่ 30 มีนาคม 2541 ได้อัญเชิญพระพุทธรูปมาประดิษฐานที่สภ.ต.เวียงคุก อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย เพื่อให้ข้าราชการตำรวจทุกท่านและครอบครัวได้กราบไหว้ขอพร เพื่อเป็นสิริมงคล (ดังภาพถ่ายด้านบน)


เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2541 ท่านอาจารย์เขียวได้อัญเชิญพระพุทธรูปพร้อมเดินทางจากสภ.ต.เวียงคุกไปรับตำแหน่งที่สภ.อ.ศรีเชียงใหม่ ได้มีข้าราชการตำรวจและครอบครัวบางส่วนของสภ.ต.เวียงคุก ร่วมเดินทางไปส่ง วันนั้นปรากฏว่าท้องฟ้ามีแต่เมฆมืดครึ้มไปตลอดทาง จนถึงสภ.อ.ศรีเชียงใหม่ ทั้งๆที่ก่อนออกเดินทางมีแสงแดดจ้า

วันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันที่ 6 เมษายน 2541 ท่านอาจารย์เขียวได้เข้าไปรายงานตัวต่อท่านนายอำเภอศรีเชียงใหม่พร้อมกับได้นำหลักฐานการขอเปลี่ยนชื่อจากเดิม พ.ต.ท.จิระ เป็น พ.ต.ท.เขียว สาเหตุที่เปลี่ยนเพราะ
  1. เพื่อเป็นสิริมงคล เพราะได้อธิษฐานไว้กับพระพุทธรูปซึ่งได้ถวายนามท่านว่า พระชัยบารมี
  2. เพราะทุกๆคนจำชื่อเดิม ของท่านอาจารย์เขียวไม่ได้ เรียกแต่เขียว สางเขียว หรือ อาจารย์เขียว 
แล้วได้ส่งหลักฐานการเปลี่ยนชื่อตามระเบียบ จนเป็นที่กล่าวขานในวงการผู้บังคับบัญชาทุกส่วนราชการ รวมถึงท่านพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก และท่านพล.ต.ท.พิชัย สุนทรสัจบูรณ์ (ขออภัยที่เอ่ยนามของท่านทั้งสอง)